รีวิว HP Laser MFP 136a เครื่องปริ้นขาวดำราคาคุ้มที่สุดในปี 2025
ในปี 2025 ที่เทคโนโลยีก้าวกระโดด หลายคนอาจมองหาอุปกรณ์สำนักงานที่ล้ำสมัยที่สุด แต่สำหรับงานเอกสารแล้ว “ความเสถียร” และ “ความคุ้มค่า” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจ SME, สตาร์ทอัพ หรือแม้แต่นักเรียนนักศึกษาที่ต้องพิมพ์งานวิจัยจำนวนมาก วันนี้จีจี้จะพามาเจาะลึก รีวิว HP Laser MFP 136a เครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์ขาวดำแบบมัลติฟังก์ชัน (All-in-One) ที่แม้จะเปิดตัวมาสักพัก แต่ยังคงยืนหนึ่งเรื่องความคุ้มค่าจนถึงปีนี้
ทำไมรุ่นนี้ถึงยังเป็นที่นิยม? และมันเหมาะกับรูปแบบการใช้งานของคุณหรือไม่? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุมค่ะ

ภาพรวม: ทำไม HP Laser MFP 136a ถึงน่าสนใจ?
HP Laser MFP 136a ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์ระดับเริ่มต้น (Entry Level) ที่เน้นฟังก์ชันครบจบในเครื่องเดียว ได้แก่ Print (พิมพ์), Scan (สแกน), และ Copy (ถ่ายเอกสาร) จุดเด่นหลักคือขนาดที่กะทัดรัด ดีไซน์มินิมอล และคุณภาพงานพิมพ์ที่คมกริบตามสไตล์ HP ในราคาที่จับต้องได้ง่ายมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดปี 2025
สเปคเด่นที่น่าจับตามอง
- ฟังก์ชัน: Print, Copy, Scan (ขาวดำ)
- ความเร็วการพิมพ์: สูงสุด 20 แผ่นต่อนาที (ppm)
- ความละเอียดการพิมพ์: สูงสุด 1,200 x 1,200 dpi
- การเชื่อมต่อ: Hi-Speed USB 2.0
- ถาดกระดาษ: ใส่ได้ 150 แผ่น
- หน่วยความจำ: 128 MB
- ขนาด: กะทัดรัด เหมาะกับโต๊ะทำงานที่มีพื้นที่จำกัด
เจาะลึกการดีไซน์: เล็ก พริกขี้หนู
เมื่อแกะกล่องออกมา สิ่งแรกที่ประทับใจคือ “ขนาด” ค่ะ ด้วยความกว้างเพียงประมาณ 40 ซม. และความลึก 36 ซม. ทำให้ HP Laser MFP 136a สามารถวางบนโต๊ะทำงานคู่กับคอมพิวเตอร์ได้โดยไม่รู้สึกเกะกะ
ตัวเครื่องใช้โทนสีขาว-เทา ให้ความรู้สึกคลีนและทันสมัย แผงควบคุม (Control Panel) ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มีหน้าจอ LCD 2 บรรทัดที่แสดงสถานะการทำงานชัดเจน ไม่ซับซ้อน ปุ่มกดต่างๆ วางตำแหน่งได้ดี ตอบสนองไว ไม่ก๊อกแก๊ก

ประสิทธิภาพงานพิมพ์ (Printing Performance)
หัวใจของการ รีวิว HP Laser MFP 136a คือเรื่องคุณภาพงานพิมพ์ค่ะ จากการทดสอบใช้งานจริง จีจี้ขอสรุปจุดเด่นดังนี้:
1. ความคมชัด (Sharpness)
นี่คือจุดแข็งที่สุดของ Laser Printer เทียบกับ Inkjet ในเรทราคาเดียวกัน ตัวอักษรที่ออกมาจาก 136a มีความคมกริบ (Crisp) มาก อ่านง่ายสบายตา แม้จะเป็นตัวอักษรขนาดเล็ก (Font size 6-8) ก็ยังไม่แตกหรือเบลอ รวมถึงเส้นตารางต่างๆ ในงาน Excel ก็พิมพ์ออกมาได้เนี๊ยบมาก
2. ความเร็ว (Speed)
ความเร็วที่ 20 หน้าต่อนาที (ppm) ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในบ้านหรือออฟฟิศขนาดเล็ก หน้าแรกใช้เวลาพิมพ์ออกมาประมาณ 8.3 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วทันใจ ไม่ต้องยืนรอนานเหมือนเครื่องปริ้นรุ่นเก่าๆ
3. ความเข้มของสีดำ
เทคโนโลยี ReCP (Rendering Engine for Clean Page) ของ HP ช่วยปรับปรุงคุณภาพงานพิมพ์ ทำให้ภาพกราฟิกขาวดำและการไล่เฉดสีเทา (Grayscale) ทำออกมาได้นุ่มนวลและมีมิติมากกว่าที่คิด
ฟังก์ชัน Copy และ Scan: ครบเครื่องเรื่องงานเอกสาร
นอกจากพิมพ์งานแล้ว ฟังก์ชันถ่ายเอกสารและสแกนก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน:
- ถ่ายเอกสาร (Copy): สามารถย่อ-ขยายเอกสารได้ตั้งแต่ 25% ถึง 400% และมีฟังก์ชัน ID Copy สำหรับถ่ายบัตรประชาชนหน้า-หลังให้อยู่ในหน้าเดียวกันได้เลย ซึ่งสะดวกมากสำหรับงานธุรการ
- สแกน (Scan): รองรับความละเอียดสูงสุด 4,800 x 4,800 dpi (Interpolated) สแกนเอกสารสัญญา หรือรูปภาพขาวดำเก็บเป็นไฟล์ PDF/JPG ได้ชัดเจน ตัวฝาสแกนมีความแข็งแรง รองรับหนังสือเล่มหนาๆ ได้ระดับหนึ่ง
ข้อควรระวัง: รหัส “a” หมายถึงอะไร?
ตรงนี้จีจี้ต้องดอกจันตัวโตๆ ไว้เลยค่ะ! ในซีรีส์ HP Laser MFP 136 จะมีโมเดลย่อยคือ 136a และ 136w
- HP Laser MFP 136w: รองรับ Wi-Fi สั่งพิมพ์ผ่านมือถือได้
- HP Laser MFP 136a (รุ่นที่เรากำลังรีวิว): รองรับเฉพาะ USB เท่านั้น
HP Laser MFP 136a ไม่มีการเชื่อมต่อไร้สาย (No Wi-Fi) คุณต้องเสียบสาย USB เข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานเท่านั้น หากคุณต้องการสั่งพิมพ์จาก iPad หรือมือถือ รุ่นนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์ เว้นแต่คุณจะมีคอมพิวเตอร์ที่เป็นตัวกลางแชร์ Printer ในวงแลน
แต่ข้อดีของการตัด Wi-Fi ออกคือ “ราคาที่ถูกลง” ทำให้รุ่น 136a เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นหลักและไม่ได้ต้องการสั่งพิมพ์จากที่อื่น
ความคุ้มค่าเรื่องหมึก (Toner Cost)
เครื่องปริ้นเลเซอร์มักถูกมองว่าหมึกแพง แต่สำหรับ HP Laser MFP 136a ใช้ตลับหมึกรหัส HP 107A (W1107A) ซึ่งเป็นรุ่นยอดนิยมในตลาด
- ปริมาณการพิมพ์: ตลับแท้พิมพ์ได้ประมาณ 1,000 แผ่น (ที่ 5% coverage)
- ราคาต่อแผ่น: เมื่อคำนวณราคาตลับหมึกแท้ ต้นทุนต่อแผ่นอาจจะสูงกว่า Ink Tank เล็กน้อย แต่แลกมาด้วยคุณภาพงานพิมพ์ที่ไม่ละลายน้ำ และหัวพิมพ์ไม่มีวันตันแม้ไม่ได้ใช้นานๆ
Tips จากจีจี้: สำหรับปี 2025 นี้ ในตลาดมีตัวเลือกตลับหมึกเทียบเท่าที่มีมาตรฐานจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นลดลงไปได้อีก ช่วยประหยัดงบประมาณบริษัทได้เยอะเลยค่ะ
สรุปข้อดี-ข้อสังเกต (Pros & Cons)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน จีจี้สรุปมาให้เป็นข้อๆ ดังนี้ค่ะ
ข้อดี (Pros) ✅
- คุณภาพงานพิมพ์ยอดเยี่ยม: ตัวหนังสือคมชัด สีดำสนิท ดูเป็นมืออาชีพ
- ราคาเครื่องประหยัด: คุ้มค่ามากสำหรับเครื่อง Laser All-in-One
- ขนาดเล็ก: ประหยัดพื้นที่จัดวาง
- ดูแลรักษาง่าย: ไม่จุกจิกเรื่องหัวพิมพ์ตัน เหมือนเครื่อง Inkjet
- ทนทาน: รองรับรอบการพิมพ์ต่อเดือนได้สูง (Duty cycle)
ข้อสังเกต (Cons) ❌
- ไม่มี Wi-Fi: ต้องเชื่อมต่อผ่านสาย USB เท่านั้น
- พิมพ์ได้เฉพาะขาว-ดำ: ไม่รองรับการพิมพ์สี
- ไม่มี Auto-Duplex: การพิมพ์สองหน้าต้องพลิกกระดาษเอง (Manual)
บทสรุป: Laser MFP 136a เหมาะกับใครในปี 2025?
จากการ รีวิว Laser MFP 136a จีจี้ขอฟันธงว่า เครื่องปริ้นรุ่นนี้คือ “ฮีโร่ของผู้ใช้งานเอกสารทั่วไป” อย่างแท้จริง
เหมาะที่สุดสำหรับ:
- พนักงานออฟฟิศ/SME: ที่เน้นพิมพ์เอกสาร ใบวางบิล สัญญา ที่ต้องการความน่าเชื่อถือและคมชัด
- นักเรียน/นักศึกษา: พิมพ์รายงาน วิทยานิพนธ์ ที่มีแต่ตัวหนังสือเยอะๆ
- ผู้ที่ไม่ค่อยได้ปริ้น: หากคุณปริ้นงานเดือนละไม่กี่ครั้ง การใช้ Laser Printer คือคำตอบ เพราะคุณไม่ต้องกังวลเรื่องหมึกแห้งคาหัวพิมพ์ เหมือนเครื่อง Inkjet
ถ้าคุณยอมรับได้เรื่องการไม่มี Wi-Fi และเน้นการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์เป็นหลัก HP Laser MFP 136a คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่งที่คุณจะหาได้ในปี 2025 นี้ค่ะ
สนใจสั่งซื้อ ขอใบเสนอราคา หรือ เช็คราคาล่าสุด: Line ID : @totalitsolution หรือ โทร : 092-269-8800 สายด่วน : 092-269-7700