ซื้อ HP Toner อย่างไรไม่ให้ผิดรุ่น? วิธีเช็ก Printer Model, Cartridge Number และ Page Yield
ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยเวลาซื้อ HP Toner ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่คือ ซื้อมาแล้วใส่กับ Printer ไม่ได้ เพราะดูจากชื่อเครื่องคร่าว ๆ หรือจำเพียงเลข Cartridge โดยไม่ได้ตรวจรหัสเต็ม
เครื่องพิมพ์ HP LaserJet ที่ชื่อคล้ายกัน อาจใช้ Toner คนละตระกูล ขณะเดียวกัน Toner ตระกูลเดียวกัน ก็อาจมีทั้ง Standard Yield และ High Yield เช่น HP 151A และ HP 151X
วิธีลดโอกาสซื้อผิดคือเช็กอย่างน้อย Printer Model + Cartridge Number + Product Number + Page Yield + Compatibility ก่อนออก PO ทุกครั้ง
สารบัญ
- ทำไมซื้อ Toner ผิดรุ่น
- Printer Model คืออะไร
- ดูรุ่นเครื่องตรงไหน
- Cartridge Number คืออะไร
- Product Number คืออะไร
- Page Yield คืออะไร
- A กับ X ต่างกันอย่างไร
- ตัวอย่าง HP 151A / 151X
- Toner สีต้องเช็กอะไร
- เรื่อง Region
- ดูจากตลับเก่าได้ไหม
- ฝ่ายจัดซื้อควรเก็บข้อมูลอะไร
- บริหาร Stock อย่างไร
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ขั้นตอนซื้อแบบ 5 ขั้น
- Checklist ก่อนออก PO
- FAQ
ทำไม HP Toner ถึงซื้อผิดรุ่นได้ง่าย?
เพราะชื่อ Printer และชื่อ Toner มีหลายชั้นของข้อมูล
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้บางคนอาจแจ้งเพียงว่า
- “ใช้ HP LaserJet”
- “เครื่องรุ่น 4000”
- “ใช้หมึก 151”
ข้อมูลแบบนี้ยังไม่เพียงพอสำหรับออกใบสั่งซื้อ เพราะต้องรู้รุ่นเต็มและรหัสสินค้าให้ชัด
Printer Model คืออะไร?
Printer Model คือชื่อรุ่นของเครื่องพิมพ์ เช่น
- HP LaserJet Pro 4003dn
- HP LaserJet Pro 4003dw
- HP Color LaserJet Pro 4203dn
- HP Color LaserJet Pro MFP 4303fdw
ตัวอักษรท้ายชื่อรุ่นมีความสำคัญ เพราะสามารถบอกความแตกต่างด้าน Feature เช่น Duplex, Network, Wireless หรือ MFP ใน Product Family ที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นเวลาส่งข้อมูลให้ร้านค้า ควรถ่ายหรือพิมพ์ ชื่อรุ่นเต็ม ไม่ควรตัดเหลือเพียงตัวเลข
ดู Printer Model ของ HP ตรงไหน?
HP Support ระบุว่าชื่อรุ่นสามารถพบได้บริเวณ ด้านหน้าหรือด้านบนของ Printer ในตำแหน่งที่มองเห็นได้
ส่วน Product Number และ Serial Number อาจอยู่ที่ฉลากบริเวณ
- ด้านในช่อง Cartridge
- ด้านหลังเครื่อง
- ด้านล่างเครื่อง
และยังสามารถดูข้อมูลเครื่องผ่าน แอป HP โดยเข้า Printer Information เพื่อดูชื่อรุ่นและ Product Number ได้ในรุ่นและระบบที่รองรับ
Cartridge Number คืออะไร?
Cartridge Number คือชื่อหรือเลขตระกูลของตลับ ที่ใช้ให้ลูกค้าจำและค้นหาสินค้าได้ง่าย
ตัวอย่าง
- HP 151A
- HP 151X
- HP 230A
- HP 230X
แต่ Cartridge Number อย่างเดียว ยังไม่ควรใช้แทน Product Number ในระบบจัดซื้อองค์กรทั้งหมด เพราะ Toner สีหนึ่งตระกูลอาจมีหลายรหัสแยกตามสี
Product Number ของ HP Toner คืออะไร?
Product Number เป็นรหัสสินค้าที่ระบุ Cartridge ได้ละเอียดกว่า
ตัวอย่าง:
| ชื่อสินค้า | Product Number | ประเภท |
|---|---|---|
| HP 151A Black | W1510A | Standard Capacity |
| HP 151X Black | W1510X | High Capacity |
| HP 230A Black | W2300A | Standard Capacity |
| HP 230A Cyan | W2301A | Standard Capacity |
| HP 230A Yellow | W2302A | Standard Capacity |
| HP 230A Magenta | W2303A | Standard Capacity |
สำหรับฝ่ายจัดซื้อ การระบุ Product Number ลงในรายการสินค้า ช่วยลดความคลุมเครือได้มาก
Page Yield คืออะไร และต้องดูตอนซื้อ Toner ไหม?
Page Yield คือจำนวนหน้าพิมพ์โดยประมาณที่ Cartridge สามารถผลิตได้ ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด
Page Yield สำคัญเพราะ Toner ที่ใช้กับ Printer เดียวกัน อาจมีมากกว่าหนึ่ง Capacity
เช่น
- Standard Capacity
- High Capacity / High Yield
จึงไม่ควรซื้อเพียงจากคำว่า “ใช้กับเครื่องนี้ได้” แต่ควรเลือกด้วยว่า ต้องการความจุระดับไหน
ตัว A กับ X บน HP Toner สำคัญอย่างไร?
ในตลับ HP หลายตระกูล ตัวอักษรท้ายสามารถแยกความจุได้
A — Standard Capacity
เหมาะกับผู้ใช้ที่พิมพ์ไม่มาก และต้องการลดค่าใช้จ่ายต่อการซื้อหนึ่งครั้ง
X — High Capacity
เหมาะกับสำนักงานที่พิมพ์มาก และต้องการลดความถี่ในการเปลี่ยน Cartridge
แต่ไม่ควรใช้กฎ A / X แบบเหมารวมกับ Supplies ทุกประเภทของ HP ควรดูชื่อสินค้าจริงและ Product Number ทุกครั้ง
ตัวอย่าง: HP 151A กับ HP 151X
HP Thailand ปัจจุบันระบุ HP 151X Black LaserJet Toner Cartridge — W1510X เป็น High Capacity และมี Page Yield ประมาณ 9,700 หน้า
ในหน้าเดียวกัน HP แสดง HP 151A เป็น Standard Capacity ที่ Page Yield ประมาณ 3,050 หน้า
| รายการ | HP 151A | HP 151X |
|---|---|---|
| Product Number | W1510A | W1510X |
| ประเภท | Standard Capacity | High Capacity |
| Page Yield | ประมาณ 3,050 หน้า | ประมาณ 9,700 หน้า |
| เหมาะกับ | งานพิมพ์ต่ำถึงปานกลาง | งานพิมพ์ปริมาณสูงกว่า |
ดังนั้นแม้ทั้งสองจะอยู่ใน Cartridge Family เดียวกัน ก็ยังต้องเลือก Capacity ให้ตรงกับ Volume ของสำนักงาน
ซื้อ HP Toner สี ต้องเช็กมากกว่าตลับขาวดำ
Color LaserJet ใช้ Toner หลายสี จึงต้องตรวจทั้ง Cartridge Family และสี
ทั่วไปจะประกอบด้วย
- Black — K
- Cyan — C
- Magenta — M
- Yellow — Y
ตัวอย่าง HP 230A แยก Product Number เป็น
- W2300A — Black
- W2301A — Cyan
- W2302A — Yellow
- W2303A — Magenta
Region ของ Toner สำคัญไหม?
สำคัญในบาง Product Family เพราะ HP สามารถกำหนด Supplies แตกต่างกันตามประเทศหรือภูมิภาค
ดังนั้นข้อมูล Compatibility ที่พบจากเว็บไซต์ต่างประเทศ อาจไม่ควรถูกนำมาใช้กับเครื่องในประเทศไทยโดยอัตโนมัติ
แนวทางที่ปลอดภัยคือ
- ตรวจ HP Thailand
- ตรวจ HP Support ของ Printer Model
- ใช้ Product Number ของตลับเดิมเป็นข้อมูลประกอบ
- ให้ผู้จำหน่ายตรวจ Compatibility ก่อนสั่ง
ดูรหัสจากตลับเก่าได้ไหม?
ได้ และเป็นหนึ่งในวิธีที่เร็วที่สุด ถ้า Cartridge เดิมเป็นรุ่นที่ถูกต้องอยู่แล้ว
ควรถ่ายรูป
- เลข Cartridge
- Product Number
- สี
- ฉลากด้านข้างตลับ
แล้วใช้ข้อมูลนี้เทียบกับ Printer Model อีกครั้ง
กล่อง Toner เดิมช่วยลดความผิดพลาดได้มาก
หากยังมีกล่อง Cartridge เดิม อย่าทิ้งทันที เพราะบนกล่องมักมีข้อมูลที่มีประโยชน์ เช่น
- Cartridge Number
- Product Number
- สี
- Capacity
- Compatibility
สำหรับบริษัทที่มีหลาย Printer สามารถเก็บรูปกล่องหรือรหัสไว้ใน Asset List เพื่อให้ฝ่ายจัดซื้อใช้ครั้งต่อไป
ฝ่ายจัดซื้อควรเก็บข้อมูล HP Toner แบบไหน?
ถ้าบริษัทมี Printer หลายเครื่อง ไม่ควรให้ผู้ใช้ส่งข้อความมาว่า “หมึกเครื่องบัญชีหมด” ทุกครั้ง
ควรสร้างรายการ Master เช่น
| Department | Printer Model | Toner | Product Number | Yield |
|---|---|---|---|---|
| Accounting | HP LaserJet Pro 4003dn | HP 151A / 151X | W1510A / W1510X | Standard / High Capacity |
| Sales | HP Color LaserJet Pro | ตรวจตามรุ่นจริง | ระบุรหัสทุกสี | ระบุตามสเปก |
| HR | ระบุ Model เต็ม | ระบุ Cartridge | ระบุ Product Number | ระบุ Capacity |
เมื่อมี Master List ฝ่ายจัดซื้อสามารถออก PO ได้เร็วขึ้น และลดโอกาสสั่งผิด Cartridge
บริหาร Stock Toner อย่างไรไม่ให้สับสน?
แยกตาม Model
จัดชั้นหรือช่อง Stock ตาม Printer Family
ติด Product Number
ใช้รหัส WxxxxA/X เป็น Reference
แยกสี
สำหรับ Color Printer แยก K/C/M/Y ชัดเจน
กำหนด Minimum Stock
ตั้งจุดสั่งซื้อใหม่ตาม Usage จริง
สำหรับองค์กรที่มี Printer จำนวนมาก สามารถติด Label ที่ตัวเครื่อง เช่น
PRODUCT NO.: W1510X
เพื่อให้ผู้ใช้แจ้งฝ่ายจัดซื้อได้โดยไม่ต้องค้นใหม่ทุกครั้ง
ชื่อ Printer ใกล้กันไม่ได้หมายความว่าใช้ Toner เดียวกัน
นี่เป็นอีกจุดที่ทำให้ซื้อผิดบ่อย
เช่น Printer คนละ Generation อาจมีเลขใกล้กันมาก แต่ Supplies ไม่เหมือนกัน
ดังนั้นอย่าใช้วิธี
- จำจากสีเครื่อง
- จำจากหน้าตา Cartridge
- จำว่า “รุ่นประมาณ 4000”
- ดูจากยี่ห้อ HP อย่างเดียว
ต้องใช้ Model และ Compatibility จริงเสมอ
8 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาซื้อ HP Toner
-
แจ้งแค่คำว่า HP LaserJet
ข้อมูลไม่เพียงพอต่อการเลือก Cartridge -
จำ Model ไม่ครบ
เช่นจำเพียง 4003 แต่ไม่ดูชื่อเต็ม -
ดูเลข Cartridge แต่ไม่ดู A/X
ทำให้เลือก Capacity ไม่ตรงความต้องการ -
ไม่ดู Product Number
โดยเฉพาะ Color Toner ที่มีหลายสี -
ซื้อจากรูป Cartridge อย่างเดียว
หน้าตาใกล้กันไม่ได้แปลว่าใช้แทนกันได้ -
ใช้ข้อมูลจากต่างประเทศโดยไม่เช็ก Region
อาจไม่ตรงตลาดประเทศไทย -
ไม่ดู Page Yield
ทำให้ซื้อ Standard ทั้งที่องค์กรมี Volume สูง -
ไม่มี Toner Master List
ทำให้ต้องค้นข้อมูลใหม่ทุกครั้งที่หมึกหมด
ซื้อ HP Toner ไม่ให้ผิดรุ่น ทำตาม 5 ขั้นตอนนี้
STEP 1
ดู Printer Model เต็ม จากหน้าเครื่องหรือฉลาก
STEP 2
ค้นหา Cartridge Family ที่ HP ระบุสำหรับรุ่นนั้น
STEP 3
ตรวจ Product Number ของ Cartridge
STEP 4
เลือก Standard หรือ High Yield ตาม Monthly Volume
STEP 5
ตรวจ Compatibility + Region อีกครั้งก่อนออก PO
ตัวอย่างข้อมูลที่ควรส่งร้านค้า
แทนที่จะส่งว่า
ควรส่งข้อมูลในรูปแบบนี้
ต้องการ: Black Toner
Cartridge: HP 151A หรือ 151X
Product Number: W1510A / W1510X
Usage: ประมาณ 3,000 หน้า/เดือน
ผู้ขายจะสามารถช่วยเปรียบเทียบ Standard และ High Capacity ได้แม่นยำขึ้น
Checklist ก่อนออก PO ซื้อ HP Toner
ตรวจให้ครบก่อนสั่งซื้อ
- Printer Model ถูกต้องหรือไม่?
- เป็น LaserJet หรือ Inkjet?
- Cartridge Number คืออะไร?
- Product Number ตรงหรือไม่?
- A หรือ X?
- Standard หรือ High Yield?
- Black หรือ Cyan/Magenta/Yellow?
- Page Yield เท่าไร?
- รองรับ Printer Model นี้จริงหรือไม่?
- ข้อมูลเป็นของ Region ที่ใช้งานหรือไม่?
HP Toner และ Printer จาก Total IT Solution
ดู HP Printer และ Toner:
Product Catalog จาก Total IT Solution
เว็บไซต์ Total IT Solution:
สินค้าและ IT Solution สำหรับบริษัทและองค์กร
ไม่รู้ว่าเครื่อง HP ของคุณใช้ Toner รุ่นไหน?
ส่ง รูปด้านหน้า Printer + รูป Model Label + รูปตลับเดิม ให้ทีมงาน Total IT Solution ใช้ช่วยตรวจสอบ Cartridge เบื้องต้นได้
หากเป็นลูกค้าองค์กร สามารถส่ง รายชื่อ Printer หลายรุ่น เพื่อช่วยจัดทำรายการ Toner แยกตาม Model และ Product Number สำหรับใช้เป็นข้อมูลจัดซื้อได้
ส่งรุ่น Printer ให้ช่วยเช็กผ่าน LINE OA ดู HP Toner และสินค้าคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือก HP Toner
จะรู้ได้อย่างไรว่า HP Printer ใช้ Toner รุ่นไหน?
เริ่มจากดู Printer Model เต็ม จากด้านหน้าหรือฉลากเครื่อง จากนั้นตรวจ Compatibility จาก HP หรือข้อมูลของผู้จำหน่าย และเช็ก Product Number ของ Toner อีกครั้งก่อนซื้อ
Printer Model ดูตรงไหน?
HP ระบุว่าชื่อรุ่นมักอยู่ด้านหน้าหรือด้านบนของ Printer ส่วน Product Number และ Serial Number อาจพบที่ฉลากด้านใน ด้านหลัง หรือด้านล่างเครื่อง
Cartridge Number กับ Product Number ต่างกันอย่างไร?
Cartridge Number เป็นชื่อที่ใช้เรียกตลับ เช่น HP 151X ส่วน Product Number เป็นรหัสสินค้าละเอียดกว่า เช่น W1510X
HP 151A กับ 151X ใช้ต่างกันอย่างไร?
151A W1510A เป็น Standard Capacity ประมาณ 3,050 หน้า ส่วน 151X W1510X เป็น High Capacity ประมาณ 9,700 หน้า ตามข้อมูล HP
Page Yield คืออะไร?
คือจำนวนหน้าพิมพ์โดยประมาณภายใต้เงื่อนไขทดสอบที่กำหนด ใช้สำหรับเปรียบเทียบ Capacity ของ Cartridge แต่จำนวนจริงอาจเปลี่ยนตาม Content และ Usage
ซื้อ High Yield ได้เลยถ้าเลข Cartridge เหมือนกันไหม?
ไม่ควรสรุปเอง ต้องตรวจว่า Printer Model รองรับ High Yield รุ่นนั้นจริงก่อน
ดูจากตลับเก่าอย่างเดียวได้ไหม?
ใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ควรเช็ก Printer Model ด้วย เพื่อยืนยันว่าตลับเดิมเป็นรุ่นที่ถูกต้อง
HP Toner สีต้องระบุสีใน PO ไหม?
ควรระบุทั้งสีและ Product Number เพราะ Black, Cyan, Magenta และ Yellow ใช้ Product Number แยกกัน
บริษัทมี Printer หลายรุ่นควรบริหาร Toner อย่างไร?
ควรทำ Master List ระบุ Department, Printer Model, Cartridge Number, Product Number, Yield และ Minimum Stock เพื่อช่วยลดการซื้อผิดและวางแผน Stock ได้ง่ายขึ้น
สรุป: ซื้อ HP Toner ไม่ให้ผิดรุ่น ต้องเช็กมากกว่าเลขบนกล่อง
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการซื้อ HP Toner คือเริ่มจาก Printer Model เต็ม ไม่ใช่เริ่มจากความจำว่าเครื่องหน้าตาแบบไหน
จากนั้นตรวจ Cartridge Number และ Product Number ให้ตรงกับ Compatibility ของ Printer
ถ้าตลับมีทั้ง Standard และ High Capacity เช่น HP 151A W1510A และ HP 151X W1510X ควรดู Monthly Volume และ Page Yield ก่อนตัดสินใจ
HP Thailand ปัจจุบันระบุ 151A ที่ประมาณ 3,050 หน้า และ 151X ประมาณ 9,700 หน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลับที่ใช้กับ Printer Family เดียวกัน ก็สามารถมี Capacity ต่างกันมากได้
สำหรับเครื่องสี ควรระบุ Product Number แยกทุกสี เพื่อป้องกันการสั่ง Black, Cyan, Magenta หรือ Yellow ผิด
ถ้าเป็นองค์กรที่มีหลาย Printer แนวทางที่ดีที่สุดคือสร้าง Toner Master List ของบริษัท แล้วใช้ข้อมูลนี้เป็น Reference ทุกครั้งที่ออก PO
เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดทั้ง การซื้อผิดรุ่น งานล่าช้า การคืนสินค้า และ Stock ที่ใช้งานไม่ได้ ได้มากกว่าการค้น Toner ใหม่ทุกครั้งที่หมึกหมด